 |
| Kilian Gold Knight Men & Women in Gold |
Kilian Gold Knight for men
-ราคาเคาร์เตอร์ 50ml Full Box ราคา 14,499 บาท
-วางจำหน่ายที่ สยามพารากอน ,เอ็มโพเรียม
-อยู่ในหมวด THE CELLARS ปรุงโดย Pascal Guérin
น้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากความ สง่างาม, กล้าหาญ, มีเสน่ห์, องอาจ
ซึ่งคุณ Pascal Gaurin เองก็ได้ใช้แรงบันดาลใจจากศิลปะอัศวินเกราะสีทองหรือในชือผลงาน "บีโธ
เฟ่น ฟรีซ" จากศิลปินที่มีนามว่า กุสตาฟ คลิมท์
-มาที่แพ็จเกจกัน กล่องลวดลายสีทองเป็นหลักและสลับดำแซมขาว ซึ่งแสดงศิลปะได้อย่างสวยงานราวกับว่านี้คือ
จิตรกรรมชิ้นเอง
-กลิ่นเปิดที่ให้ความรู้สึกได้ถึงน้ำผึ้งอันหอมหวนตีคู่กับพัชชูรี่ เมื่อเวลาผ่านไปผมรูึสึกถึงมีเบอร์กาม็อทเข้ามา
หน่อยๆ ซึ่งมาพร้อมกับเทียนสัตตบุษย์ ตีคู่กันไป พร้อมน้ำผึ้ง และแน่นอนว่ากลิ่นพัชชูรี่ก็ยังเคล้ากันมาเรื่อยๆ ไม่
ได้จางหายไปไหน กลิ่นวนิลาจมูกผมจับได้เพียงเล็กน้อย ไม่ได้เด่นอะไร กลิ่นไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก เข้าใจง่าย
ให้ความรู้สึก สง่างาม และหรูหรา มาในโทนน้ำผึ้ง ออกแนวหวานๆและดอกไม้หน่อยๆ แต่ไม่ได้หวานจนเกินไป
เพราะมีความเผ็ดร้อนอยู่เบาๆ กับพัชชูรี่
-ความทนของกลิ่นทนมากๆเลยครับ 8โมงเช้า ยัน 2 ทุ่ม คือ 14-15ชั่วโมงสบายเลยครับ
-ความแน่นของกลิ่น ให้ระดับ 6 เต็ม 10
-การกระจายตัว กระจายได้ค่อนข้างดี ให้คะแนน 7 เต็ม 10
-ระยะการกระจายตัวอยู่ที่ 3-4 เมตรครับ ระยะหวังผลอยู่ที่ 2 เมตร
***เชิงอรรถ
***เทียนสัตตบุษย์ (โป๊ยกั๊ก) หรือในชื่ออังกฤษ: Anise และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า: Pimpinella
anisum พืชล้มลุกปีเดียวในวงศ์ผักชี ขอบใบอาจหยักลึกเป็นแฉกแบบขนนก หรือรูปไข่ ดอกเป็นช่อแบบ
ก้านซี่ร่มหลายชั้น กลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาวอมเหลือง ผลเป็นผลแห้งรูปไข่ สีน้ำตาลอมเขียวปนเทา มีถิ่นกำเนิดใน
บริเวณเมดิเตอร์เรเนียนและเอเซียตะวันตกเฉียงใต้
 |
| Beethoven Frieze บีโธเฟ่น ฟรีซ |
***เกี่ยวกับแรงบันดาลใจกลิ่นที่มาจาก Beethoven Frieze บีโธเฟ่น ฟรีซ เป็นภาพผนังขนาด
ยาวแบ่งออกเป็น 3 ช่อง ใช้องค์ประกอบเว้นช่อง Space เยอะมาก เริ่มต้นที่ซ้ายสุด แถบภาพซ้ายบน เราจะ
เป็นกลุ่มรูปผู้หญิงร่างผอมในชุดยาว ลอยไหลไปอย่างเบาๆ ตลอดความยาวของภาพ ดวงตาของพวกนางปิด
เหมือนกำลังหลับ พวกนางคือจินนิไอ Genii เป็นสัญลักษณ์แทนค่าความโหยหาของมนุษย์ นางจินนิไอลอย
ไปสะดุดลงในพื้นที่ต่อมา ตรงนั่นเราจะเห็นรูปหญิงสาวคนแรกยืนอยู่ ร่างของเธอเปลือยเปล่า แต่ภาพวาดด้วยเส้น
ร่างแสดงให้เห็นอาการยืนมือกุมกัน หญิงสาวค่อนข้างเหนียมอายทำให้ดเหมือนจะเป็นตัวตนของความหวัง
ต่อจากหญิงคนนี้มีรูปคนอีกสองร่าง ชายและหญิงเปลือยด้วยกันทั้งคู่และกำลังคุกเข่า สองคนนี้แทนมนุษย์ชาติที่
เต็มไปด้วยความเจ็บปวด กำลังวิงวอนต่ออัศวินในเกราะทอง ร่างอัศวินซึ่งมีหมวกรบวางไว้แทบเท้าและถือดาบ
ขนาดใหญ่ อัศวินคนนี้อาจมาจากความคิดของการสืบหาบุคคลที่เป็นวิรบุรุษตามตำนานซึ่งเป็นผู้ช่วยให้รอด เขา
เป็นตัวแทนแรงผลักดันภายนอกของมนุษย์ เหนืออัศวินมีผู้หญิงอีกสองคนอยู่ด้านบน นั่นคือตัวแทนความปรารถนา
ให้อัศวินต่อสู้เพื่อความสุข นางถือพวงหรีดใบลอเรลราวกับกำลังให้กำลังใจอัศวิน ส่วนหญิงอีกคนก็แทนความเมตตา
รูปผู้หญิงทั้งสองคนยังแทนแรงจูงใจภายในขับเคลือนให้แรงขับภายเคลื่อนภายนอก ต่อสู้เพื่อความสุข
ผนังถัดมา เป็นผนังด้านตรงและสั้นกว่าผนังข้างที่สองด้าน ภาพแสดงพลังแห่งความมืดจึงออกแนวมืดหน่อย กลุ่ม
ภาพเป็นภารกิจที่เห็นได้ว่าคืออุปสรรคซึ่งอัศวินต้องผลักดันออกไป เขาต้องใช้ทั้งความสามารถและความอดทน
ต้านทานสิ่งล่อใจ ดังที่ซ้ายสุดของผนังนี้เราจะเห็นนางกอร์กอนสามตน อสูรจากตำนานกรีก อสุรกายพี่น้องสามตน
ที่มีผมเป็นงู คนที่สำคัญที่สุดคือเมดูซา เหนือนางกอร์กอนมีรูปหัวผู้หญิงและผู้หญิงที่ค้ำแขน ทั้งสามแทนความป่วย
ไข้ ความบ้าและความตาย ถัดมาเป็นรูปที่กินเนื้อที่ผนังมากที่สุด คือปีศาจแท้ ไทฟีอัส Typhoeus สิ่งมี
ชีวิตจากตำนานกรีก ตามตำนานกล่าวว่าไทฟีอัส เป็นยักษ์ แต่ไทฟีอัสของคลิมท์ดูคล้ายลิงใหญ่ดวงตาลุกโพลงเป็น
สีขาวเหมือนไข่มุก ทั้งส่วนหัวและส่วนอกก็เหมือนกอริลลา อสูรตนนี้ยืดตัวครึ่งบนผงาด สยายปีกสีฟ้าขนาดยักษ์
พาดร่างเหมือนงูเลื้อยไปยาวเต็มหน้าผนัง ผู้หญิงสามคนทางด้านขวาของไทฟีอัสแทนกามตัณหา ความฟุ่มเฟือย
และความมัวเมา แต่ด้านท้ายของหางงู เราจะเห็นรูปผู้หญิงอีกคนหนึ่งกอดเข่าฟูมฟาย ร่างหญิงสาวคนนี้กลับเป็นสี
เทาและดำ มีเพียงผมกับผ้าบางคลุมท่ามกลางรูปบุคคลจำนวนมากซึ่งแสดงด้วยสีทองเจิดจ้าหรือสีฟ้า เธอคนนี้เป็น
สัญลักษณ์แทนความเศร้าโศกเกาะกินใจ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น