 |
| Chopard - The Gardens of Paradise |
Chopard Jasmin Moghol - The Gardens of Paradise
- ราคาเคาร์เตอร์ 100ml ราคา 11,000 บาท
Perfumers : Alberto Morillas
-Chopard หลายคนคงรู้จักในฐานะ แบรนด์เครื่องประดับ Premium Diamond ระดับโลก นอกจากเครื่องประดับยังมีนาฬิกาที่โด่งดัง ร่วมถึงกิจการอื่นๆของบริษัท และหนึ่งในนั่นก็มีน้ำหอม ซึ่งวันนี้เราจะขอหยิบยกมาพูดถึงกันครับ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักประวัติย่อๆกันก่อน
Chopard ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1860 โดย Louis-Ulysse Chopard เขาเริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นเมื่ออายุ 24 ปี ช่างทำนาฬิกา ชาวสวิสคนนี้ เกิดที่เมือง ซงวิลิเย์ เมืองเล็กๆตั้งอยู่ระหว่างแซงติมิเยร์และลา โซซ์ เดอ ฟงส์ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
.
- จุดเริ่มต้นของ Chopard คือการผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาเองหลายชิ้นแทนที่จะให้โรงงานอื่นผลิตเหมือนอย่างเจ้าอื่นแต่Chopardเลือกที่จะทำขึ้นเองเพื่อความปราณีต และความแม่นยำ วัสดุที่แปลกใหม่ รวมไปถึงกลไกการเดินของระบบนาฬิกา เริ่มแรกนั่น โชพาร์ด ได้รังสรรค์นาฬิกาพกสำหรับสุภาพสตรีและบุรุษ ก่อนที่จะขยายตลาดไปสู่เครื่องประดับในรูปแบบอื่นๆ ในปี 1921 ปอล-หลุยส์ โชพาร์ด บุตรชายของหลุยส์-ยูลีสส์ ได้ย้ายบริษัทไปยัง ลา โชซ์ เดอ ฟงส์ และอีกไม่กี่ปีต่อมา ก็ย้ายไปยังเจนีวา ที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเรือนเวลาชั้นสูง โดยมีจุดมุ่งหมายให้แบรนด์สามารถเข้าถึงคนทั่วไปและกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น เพราะถิ่นฐานเดิมของแบรนด์อยู่ในชนบทเล็กๆ ไม่สะดวกต่อการค้าขายและขยายกลุ่มลูกค้า และเมื่อแบรนด์เดินทางมาถึงยุคที่ 3 ซึ่งมี ปอล-อังเดร โชพาร์ด เป็นผู้รับผิดชอบแบรนด์ ก็ประสบปัญหาไม่มีผู้สืบทอด เพราะบุตรชายไม่สนใจในธุรกิจนี้ ปอล-อังเดร ในวัย 70 ปี จึงต้องมองหาผู้ดูแลคนต่อไป จนกระทั่งได้พบกับ คาร์ล-ชอยเฟเล ทายาทแห่งครอบครัวช่างทำนาฬิกาและเครื่องประดับอันเก่าแก่จากเมือง ฟอทซ์ไฮม์ (Pforzheim) เยอรมนี ที่ปอล-อังเดร มองแล้วว่าเขาคนนี้คือคนที่จะทำให้แบรนด์นาฬิกาของบิดาเขาได้ก้าวต่อไปในอนาคต และในขณะที่ คาร์ล-ชอยเฟเล เองก็มีความฝันจากคุณปู่และพ่อที่อยากจะเป็นเจ้าของแบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิสให้ได้สักวัน และทั้ง 2 คน จึงได้พบกันและเกินความลงตัวจนทำให้เกินการซื้อขายแบรนด์ในที่สุด จึงนับว่าเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของ Chopard
หลังจากที่ คาร์ล -ชอยเฟเล ได้มาบริหาร แบรนด์ Chopard ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นและเฟื่องฟูขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุด ด้วยเทคนิคและกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมือนใคร รวมทั้งได้นำนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาปรับใช้กับนาฬิกา คาร์ล และ คาริน ผู้เป็นภรรยา ทำให้ Chopard กลายเป็นที่นิยมขึ้นอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยการผสารเทคนิคแบบสวิสและมาตรฐานการทำงานแบบเยอรมันได้อย่างลงตัว จนมาถึงรุ่นลูก คาร์ล-ฟรีดริช และ คาโรลิน ที่ร่วมบริหารธุรกิจกระทั่ง Chopard ขยายชื่อเสียงและความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ก้าวไปสู่ระดับโลกได้อย่างแท้จริง
.
- ในส่วนของน้ำหอม หลังจากที่ทางแบรนด์ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ในปี 2018 นี้ ทางแบรนด์ได้เปิดตัวน้ำหอมใหม่ ในชื่อคอลเลคชั่น "The Gardens of Paradise"
Chopard ภูมิใจเสนอน้ำหอม จากแรกบรรดาลใจ สวนแห่งสวรรค์ ที่ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ Chopard การเดินทางสู่ความหรูหราที่ยั่งยืน, กับเป้าหมายที่จะสร้างน้ำหอมที่มีความพิเศษ ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่ บริสุทธิ์ พรีเมี่ยม และหรูหรา
.
- เรื่องราวของ "The Gardens of Paradise"
น้ำหอมแห่งสวรรค์ที่ถูกสร้างขึ้นบนโลก น้ำหอมทั้ง 4 กลิ่น ORANGE MAURESQUE , JASMIN MOGHOL, Miel d'Arabie, Rose Seljuke ที่ถูกสร้างขึ้นเสมือนเครื่องบรรณาการให้กับสวนที่เป็นตำนานและความลึกลับที่สุดแห่งโลกตะวันออก จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ห่างไปทางทิศตะวันออก สวนในตำนานเหล่านี้คือการแสดงออกของยุคทองแห่งอารยธรรมอาหรับ ที่ซึ่งเป็นตำนานความลึกลับและเงียบสงบ ข้ามผ่านสายน้ำ สวนในฝันเหล่านี้เต็มไปด้วยดอกไม้ ,ผลไม้อันส่งกลิ่นหอม สีสันอันวิจิตรสวยงามภายไต้ร่มเงาของหมู่ไม้อันตระการตาสุดจะจิตนาการได้
- และวันนี้มีโอกาศได้ทดลองใช้อยู่ 1 กลิ่นนั่นคือ
JASMIN MOGHOL – ความลึกลับอันน่าหลงใหลแห่งค่ำคืนศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางสวนอาบแสงจันทร์ทรา
- ตามที่ดูโน้ตกลิ่น ทางแบรนด์บอกว่า ใช้มะลิ ด้วยกัน 2 สายพันธุ์คือ มะลิ อินเดีย และมะลิ จีน Chinese jasmine เท่าที่สืบค้นเป็นสปีชีส์ Jasminum polyanthum และใช้กุหลาบ 2 สายพันธุ์ด้วยกันคือ Bulgarian Rose และ Turkish Rose อีกทั้งยังใช้ ไม้จันทร์จากอินเดียด้วย เพราะว่ากันว่า ไม้จันทร์จากอินเดียจะให้กลิ่นดีที่สุด
- ความรู้สึกส่วนตัวเมื่อได้ลองใช้คือ เป็น กลิ่นมะลิผสมไม้จันทร์ มีกุหลาบจางๆ มะลิขวดนี้ไม่ได้มาแบบใสๆ เป็นมะลิที่เคล้ากลิ่นไม้แถมยังติดกลิ่นแนว Animalic อีกด้วย ทำให้มีความรู้สึกเช็กซี่นิดๆ กลิ่นไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากมากอาจจะด้วยโน้ตกลิ่นไม่เยอะ เป็นกลิ่นที่ทำความเข้าใจง่าย ถ้าคนชอบคือชอบเลย แต่โดยส่วนตัวผมเองก็ชอบแต่ดันมาติดแค่ตรงที่ ความทนบนผิวของผมเอง ซึ่ง 6 ชั่วโมงก็หายแล้วดมไปก็ไม่ได้กลิ่น เลยอาจทำให้รู้สึกว่า อาจไม่คุ้มกับราคาสักเท่าไหร่ เพราะต้องเติมระหว่างวัน แต่ถ้าคนที่ไม่อะไรมาก ก็อาจโอเคเลยครับ
-สรุป
-ความทนของกลิ่น ได้ราว 6 ชั่วโมง ถ้าสเปรย์เยอะอาจตีไปได้ 8 ชั่วโมงในสถานที่แบบปิด ที่ไม่ใช่ outdoor ส่วนตัวใช้กลิ่นนี้สเปรย์ทีแทบไม่นับ
-การกระจายตัว กระจายตัวดีในช่วง 1-2 ชั่วโมงแรก แต่อาจไม่ได้กระจายแบบเว่อวังมาก
-ความแน่นของกลิ่นผมว่าไม่แน่นเลยครับ ให้ ระดับ 4 เต็ม 10
-โดยรวมก็ชอบกลิ่นแต่ขัดใจตรงไม่ทนแหละ
#Chopard #รีวิว #รีวิวน้ำหอม #lifeofscent
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น